พฤติกรรมของ Machine learning

พฤติกรรมของ Machine learning

เมื่อ Machine learning มันมีชีวิต มันจะมีพฤติกรรมของมัน เมื่อมันใช้พฤติกรรมของมนุษย์มาเป็นต้นแบบ มันจะมีพฤติกรรมในการทำงานเช่นเดียวกับที่มนุษย์มี นั่นคือ Machine learning มันมีนิสัยในการทำงานเป็นของตัวมันเอง เหมือนกับที่มนุษย์เราแต่ละคนมีนิสัยการทำงานที่แตกต่างกัน เป็นตัวตน เป็นตัวของตัวเองrobot

Machine learning มีหลายตัว หรือหลาย Model แต่ละ Model มันจะชอบทำงานในแบบที่มันชอบ ถ้าเราใช้มันมาทำงานกับข้อมูล เราก็ต้องรู้นิสัยของมันว่ามันชอบทำงานกับข้อมูลประเภทไหน และมีโครงสร้างของข้อมูลเป็นอย่างไร ในความเป็นจริง แมชชีนหนึ่งตัวสามารถทำงานกับข้อมูลได้หลากหลาย แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดก็ต้องเป็นข้อมูลแบบที่มันชอบ เหมือนกับที่เราว่ากันว่า ทำงานในสิ่งที่เราชอบเราจะทำได้ดีที่สุด แมชชีนก็เช่นกันไม่แตกต่างกับเราเลย

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าแมชชีนตัวไหนควรทำงานกับข้อมูลอะไร คนที่รู้ดีที่สุดคือ คนที่สร้างมันมา ถ้าเปรียบกับคนเรา คนที่สร้างเรามาก็คือพ่อแม่ พ่อแม่รู้ดีที่สุดว่าเรามีนิสัยอย่างไร เพราะพ่อแม่สร้างเรามา ดังนั้นคนที่สร้างแมชชีนตัวนั้นมาจึงเปรียบได้กับพ่อแม่ของมัน เขาจึงรู้พฤติกรรมของมันดีที่สุด พฤติกรรมของคนเป็นสิ่งละเอียดอ่อน พฤติกรรมของแมชชีนก็เช่นกัน มันละเอียดอ่อน ดังนั้นจะไม่มีใครรู้ดีไปกว่าคนสร้างแมชชีนตัวนั้น

ให้ไปอ่านใน paper งานวิจัยของแมชชีนตัวนั้น แล้วเราจะเห็น ว่าพ่อแม่ของแมชชีนตัวนั้นใช้ข้อมูลแบบไหนมาทำการทดลอง นั่นจะเป็นไกด์ไลน์ได้ดี ว่าแมชชีนของเขาชอบข้อมูลแบบไหน เพราะปกตินักวิจัย จะนำข้อมูลที่แมชชีนของเขาชอบมาทำการทดลองเสมอครับ

ดังนั้นอย่าคิดไปกันเองว่า แมชชีนตัวนี้ ทำได้ดีอย่างนั้นอย่างนี้ ข่าวเล่าลือกันมา ให้ไปดูใน paper งานวิจัยของเขา เขาอธิบายการทดลองไว้ละเอียดครับ ว่าลูกของเขามีนิสัยมีพฤติกรรมอย่างไร และชอบอะไร แต่หลายครั้งนักวิจัยไม่สามารถเขียนได้หมดใน paper เพราะมันมีจำนวนหน้ากำหนดเอาไว้ว่าให้เขาเขียนได้ไม่เกินกี่หน้า ดังนั้นถ้าเราสนใจลูกเขา ให้เดินเข้าไปถามเขาครับ เขาจะบอกเราได้ดีมาก ว่าลูกเขาเป็นอย่างไร

Model แต่ละตัวของแมชชีน มีพัฒนาการไปมากมายจากตัวต้นแบบ ดังนั้นนิสัยของมันจึงละเอียดอ่อนมากขึ้นไปอีกในแต่ละตัว ดังนั้นจึงไม่แปลกที่หลายครั้งเรานำแมชชีนมาใช้ทำงาน แล้วมันทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร นั่นเป็นเพราะเราไม่รู้นิสัยที่แท้จริงของมัน มันทำงานได้แต่มันทำได้ไม่ดีหรอกถ้าเราไม่รู้นิสัยที่แท้จริงของมัน ถ้าเราจะเลือกแมชชีนมาทำงาน เราก็ต้องมีหน่วยงานในการคัดเลือกมัน เหมือนกันกับคนเรา เวลาเราจะรับคนเข้าทำงาน เราก็ต้องมีหน่วยงานที่จะคัดเลือกคนมาทำงาน และเมื่อเราได้คนมาเราก็ต้องพัฒนาคนของเราได้ด้วย เช่นเดียวกับแมชชีน เมื่อเราเลือกมันมาเราก็ต้องพัฒนามันต่อไปด้วย ไม่ใช่รับมาอย่างไรก็ใช้มันไปอย่างนั้น ปัญหาในงานมีการพัฒนาไปไม่หยุดยั้ง คนที่มาทำงานกับมันก็ต้องมีการพัฒนาไปไม่หยุดยั้ง ดังนั้นถ้าคนงานเป็นแมชชีน แมชชีนก็ต้องมีพัฒนาการไปเช่นกัน มันเป็นเรื่องปกติธรรมดา

ดังนั้นการที่เราจะใช้งานแมชชีนมาเป็นคนงานให้เรา เราจึงควรปฏิบัติกับมันเช่นเดียวกันกับที่เราปฏิบัติกับคน ขอให้นึกไว้เสมอว่า ไม่มี Model แบบครอบจักรวาล เช่นเดียวกับคน ไม่มีมนุษย์คนไหนทำงานได้แบบ ครอบจักรวาล ทำได้ทุกอย่าง เขาทำได้แต่จะให้ได้ดีที่สุดมันไม่มีทางเป็นแบบนั้นไปได้

ดังนั้นถ้าเรารู้นิสัยของแมชชีนตัวนั้นดี เราจะสามารถดึงศักยภาพของมันออกมาได้สูงสุด และรวมถึงสอนมันพัฒนาตัวมันให้เก่งยิ่งขึ้นไปอีก เหมือนที่หน่วยงานพัฒนาบุคลากรของหน่วยงานต่างๆ ทำอยู่กันทุกวันนี้ เช่นมีการฝึกอบรมพนักงาน ส่งพนักงานศึกษาต่อ ส่งพนักงานฝึกงาน มันเป็นอะไรแบบนั้นเหมือนกันเลยกับแมชชีนครับ

การเตรียมสภาพแวดล้อมในการทำงานของแมชชีนก็เช่นกัน เมื่อเรารู้นิสัยมัน เราก็สามารถเตรียมสภาพแวดล้อมในการทำงานให้เหมาะสมกับมันได้ เพราะเราจะรู้ว่ามันชอบอะไร ต้องการอะไร และสนุกกับอะไร นั่นเพราะเราสร้างให้มันเหมือนมนุษย์ ดังนั้นมันจึงเหมือนกับมนุษย์มากในเรื่องลักษณะนิสัยการทำงาน แล้วพบกันในตอนต่อไปครับ

เขียนโดย

Raywat Makkhongkaew

Data Scientist, Data Science Lab, Thailand

Leave Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *